Loading...

การวิเคราะห์หุ้นธนาคาร ด้วยโครงสร้างสินเชื่อ
วิเคราะห์หุ้นธนาคาร ด้วยโครงสร้างสินเชื่อ
         โครงสร้างสินเชื่อเป็นส่วนสำคัญหลักอย่างหนึ่ง ที่มีผลต่อการเติบโตของหุ้นธนาคาร เพราะสินเชื่อเป็นรายได้หลักทางหนึ่งของธนาคาร หุ้นธนาคารจะไม่สามารถใช้การวิเคราะห์แบบปกติที่ใช้กับหุ้นประเภทอื่นได้ เช่น หุ้นธนาคารจะไม่สามารถใช้อัตราส่วนทางการเงินวิเคราะห์เหมือนกับหุ้นประเภทอื่นได้ จะต้องใช้อัตราส่วนทางการเงินพิเศษที่ใช้สำหรับหุ้นธนาคารเท่านั้น โดยส่วนใหญ่นักวิเคราะห์จะใช้วิธีวิเคราะห์โครงสร้างสินเชื่อ วิเคราะห์เงินฝาก วิเคราะห์สภาพคล่อง และอื่นๆเป็นต้น โดยการวิเคราะห์สินเชื่อจะแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
 

1. แบ่งกลุ่มตามขนาดของลูกค้า ซึ่งแบงออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

      1.1. กลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่
             ลูกค้ากลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีวงเงินสินเชื่อ ตั้งแต่ 400 ล้านบาทขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นลูกค้าที่มีฐานะทางการเงินที่ดี โดยธนาคารจะให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้เป็นอย่างดี เช่น การเข้าไปให้คำปรึกษาในด้านการบริหารธุรกิจ ด้านการวางแผนการเงิน หรือแม้กระทั่งบริการกำจัดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับลูกค้าที่มีการค้าขายด้วยเงินตราต่างประเทศ เหตุผลที่ธนาคารต้องให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้เป็นพิเศษก็เพราะว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะ ขอสินเชื่อในวงเงินที่สูงทำให้ธนาคารได้รับดอกเบี้ยมาก และลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีความเสี่ยงที่หนี้จะสูญมีน้อย
      1.2. กลุ่มลูกค้า SME
            กลุ่มลูกค้า SME เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะมียอดสินเชื่ออยู่ประมาณ 50 ล้านบาทขึ้นไป จนถึง 400 ล้านบาท ธนาคารส่วนใหญ่จะให้บริการสินเชื่อประเภทนี้แบบครบวงจร เช่น ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารเงิน เป็นต้น
      1.3. กลุ่มลูกค้ารายย่อย
             กลุ่มลูกค้ารายย่อย จะเป็นสินเชื่อรายบุคคลโดยส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นการกู้เพื่อทำธุรกิจ แต่จะเป็นการกู้เพื่อการดำรงชีวิต เช่น สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน เป็นต้น
 
      การวิเคราะห์หุ้นธนาคาร แบ่งกลุ่มตามขนาดของลูกค้านั้นจะช่วยบอก อะไร ??
             การวิเคราะห์หุ้นธนาคาร ตามขนาดของกลุ่มลูกค้าจะทราบถึง รายได้และความเสี่ยงเช่น หากธนาคารใดเลือกปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ในอัตราส่วนที่มาก จะมีความเสี่ยงน้อยเพราะว่าลูกค้ารายใหญ่จะมีฐานะทางการเงินที่ดีมีโอกาสหนี้สูญน้อยกว่าลูกค้ารายย่อย แต่เมื่อความเสี่ยงน้อยรายได้ก็จะน้อยลงด้วย เพราะว่าธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าลูกค้ารายย่อย
        

            
2. แบ่งตามคุณภาพของลูกหนี้
         แบ่งตามคุณภาพของลูกหนี้ อีกนัยนึงก็คือลูกหนี้ที่ธนาคารปล่อยกู้ให้นั้น ยังมีสภาพคล่อยพอที่จะใช้หนี้หรือไม่ ซึ่งคุณภาพดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 5 ชั้นประกอบด้วย
                  2.1. สินเชื่อจัดชั้นปกติ เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีการค้างชำระไม่เกิน 1 เดือน ถือเป็นลูกหนี้ชั้นปกติ
                  2.2. สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีการค้างชำระมากกว่า 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน
                  2.3. สินเชื่อจัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีการค้างชำระมากกว่า 3 เดือน ขึ้นไป
                  2.4. สินเชื่อจัดชั้นสงสัย เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีการค้างชำระมากกว่า 6 เดือน ขึ้นไป
                  2.5. สินเชื่อจัดชั้นสงสัยจะสูญ เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีการค้างชำระมากกว่า 12 เดือน ขึ้นไป

         การวิเคราะห์หุ้นธนาคาร แบ่งตามคุณภาพของลูกหนี้ นั้นจะช่วยบอก อะไร ??
                  บอกถึงความเสี่ยงและโอกาสที่หนี้จะสูญมีมากน้อยเพียงใด หากธนาคารใดมีจำนวน ลูกค้าชั้น สินเชื่อจัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน สินเชื่อจัดชั้นสงสัย สินเชื่อจัดชั้นสงสัยจะสูญ สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหากรรม แสดงว่าธนาคารนั้นมีการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะมีโอกาสนี้สูญสูงและไม่ก่อให้เกิดรายได้
 

 
3. แบ่งตามประเภทอัตราดอกเบี้ย
      ซึ่งอัตราดอกเบี้ยมี 2 ประเภท ดังนี้
       3.1. อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
                  เป็นอัตราดอกเบี้ยที่จะไม่ปรับตัวตาม อัตราดอกเบี้ยตลาด คือไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด อัตราดอกเบี้ยในสัญญาก็จะมีเปลี่ยนแปลงจนสิ้นสุดสัญญา
 
       3.2. อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว
                  เป็นอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับตัวตาม อัตราดอกเบี้ยตลาด คือหากอัตราดอกเบี้ยตลาดปรับตัวขึ้น อัตราดอกเบี้ยในสัญญาก็ปรับตัวขึ้นด้วย
 
        การวิเคราะห์หุ้นธนาคาร แบ่งตามประเภทอัตราดอกเบี้ย นั้นจะช่วยบอก อะไร ??
                 จะบอกถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับธนาคารเมื่ออัตราดอกเบี้ยตลาดเปลี่ยนไป เช่น หากราคาอัตราดอกเบี้ยตลาดปรับตัวลดลง ธนาคารปล่อยสินเชื่อประเภทอัตราดอกเบี้ยคงที่มาก ก็จะไม่ได้รับผลกระทบเพราะจะได้รายได้จากอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม เป็นต้น
 
 
4. แบ่งตามประภทอุตสาหกรรม
        ในการวิเคราะห์หุ้นธนาคาร ตามกลุ่มอุตสาหกรรมจะบ่งบอกได้หลายอย่างเช่น ธนาคารมีการกระจายการลงทุนในการปล่อยสินเชื่อที่ดีหรือไม่ (การกระจายความเสี่ยง) หรือบอกถึง โอกาสหรือวิกฤตที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมนั้นๆด้วย เช่น หากธนาคารปล่อยกู้ให้กับอุตสาหกรรมเกษตรในสัดส่วนที่มาก แต่ในปีนั้นๆเกิดอุทกภัยทางธรรมชาติ ทำให้สินค้าเกษตรเสียหาย มีผลทำให้ลูกหนี้มีโอกาสเบี้ยวหนี้สูงขึ้น เป็นต้น