Loading...

5 ข้อคำถามต้องตอบตัวเองให้ได้ ก่อนเข้าซื้อขายหุ้น
         ผู้ที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นสักพักหนึ่งส่วนใหญ่จะล้มเหลว และจะรู้แล้วว่าการที่เราจะเอาชนะตลาดหุ้นได้นั้นเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นเราจะแนะนำว่าก่อนจะเอาชนะตลาดหุ้นได้นั้นควรที่จะเอาชนะตัวเองก่อน โดยต้องมีการเตรียมแผนการลงทุนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครด โดยการตั้งคำถามเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการลงทุนดังนี้



1. จะเข้าซื้อหุ้นเพราะอะไร
         เป็นคำถามแรกที่สำคัญมากที่สุดที่นักลงทุนทุกคนควรตอบให้ชัดเจน และเป็นคำตอบที่ได้ไตร่ตรองอย่างละเอียดแล้ว เพราะคำตอบนั้นจะเป็นตัวชี้ว่าการลงทุนครั้งนี้จะทำกำไรหรือขาดทุน โดยคำถามเป็นไปได้หลากหลายแล้วแต่แนวทางการลงทุนของตัวนักลงทุนเอง เช่น
 
ตัวอย่างคำตอบที่ดี 
         หากคุณเป็นนักลงทุนแนวเน้นคุณค่า (VI) อาจจะตอบว่าเราจะซื้อหุ้นตัวนี้เพราะคุณได้อ่านงบการเงินแล้วหุ้นตัวดังกล่าวมีผลประกอบการที่โตขึ้น และผลิตภัณฑ์ของกิจการกำลังมีความต้องการของตลาด คุณจึงคิดว่าหุ้นตัวนี้จะต้องเติบโตขึ้นอีกแน่นอนในอนาคต
         แต่ถ้าคุณเป็นนักเก็งกำไร คุณก็จะมีคำตอบที่แตกต่างออกไปจากนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า เช่น คุณได้เข้าไปเช็คกราฟหุ้นตัวนั้นแล้วพบว่า หุ้นตัวนั้นได้เบรคแนวต้านสำคัญซึ่งจะส่งผลให้ราคาของหุ้นดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต คุณจึงทำการเข้าซื้อเป็นต้น
 
ตัวอย่างคำตอบที่ไม่ควรปฏิบัติตาม

         1. เพื่อนบอกมาหรือข่าววงใน

                  คำตอบแบบนี้ถือว่าไม่ควรอย่างยิ่งเพราะว่า การที่เราถามคนอื่นมานั้นเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ข่าวหรือสิ่งที่เพื่อนบอกนั้นเป็นความจริงหรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นจริงจะรู้ได้อย่างไรว่าจะ ขายเมื่อไร แล้วถ้าไม่เป็นตามที่เพื่อนบอกจะขายทิ้งเมื่อไร แต่ถ้าเพื่อนบอกมาแล้วเรานำหุ้นตัวนั้นไปศึกษาต่อ โดยการอ่านงบการเงินแล้วดูว่าโอกาสที่หุ้นจะขึ้นตามเพื่อนบอกนั้นมีโอกาสเป็นจริงหรือไม่ เพื่อหาคำตอบที่ดีก็กับตัวเองก็ได้

         2. เพราะมันน่าจะขึ้น
                  คำตอบแบบนี้ถือเป็นการมโน โดยการคาดเดาเหมือนเล่นการพนัน การตอบคำถามแบบนี้คุณมีโอกาสได้และเสีย เท่ากัน

         3. คันมือ
                 นักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาในตลาดมักจะคันมือ และชอบเข้าไปซื้อขายโดยไม่มีเหตุผล เพราะแค่อยากมีหุ้นมาติดพอร์ตไว้ และนั่งลุ้นราคาว่าจะขึ้นหรือลง
 
 

2. จะขายทำกำไรเมื่อไหร่
         เป็นคำตอบที่ต้องตอบให้ได้ เพราะเป็นการกำหนดเป้าหมายของการลงทุน ทุกการลงทุนจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายถึงไม่ใช่ในตลาดหุ้นก็ตาม ทำไมต้องรู้ว่าจะขายเมื่อไร เช่น หากคุณเป็นนักเก็งกำไรเมื่อคุณเข้าซื้อคุณจะต้องมองหาแนวต้านถัดไป เพื่อทำการขายที่แนวต้านเพราะถ้าหากไม่ขายราคาก็จะปรับตัวลงมาทำให้กำไรทีคุณควรจะได้หายไปหรืออาจจะกลับมาขาดทุนก็ได้
         หรือถ้าคุณเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า คุณจะอาจจะขายเมื่อราคาหุ้นสูงเกินกว่าพื้นฐานของหุ้น หรือขายเมื่อกิจการของหุ้นนั้นอยู่ในภาวะหดตัวหรือพื้นฐานเปลี่ยน
 
 
3. ถ้าไม่เป็นตามที่คาดจะหยุดขาดทุนเมื่อไร (Stop loss)
         คำถามข้อนี้สำคัญมากสำหรับนักเก็งกำไรเพราะนักเก็งกำไรจะไม่ค่อยได้สนใจเกี่ยวกับพื้นฐานหุ้นมากนัก จึงมีความจำเป็นต้องตั้งจุด stop loss เพราะหากไปลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานไม่ดีแต่ราคาไม่เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ ทำให้ขาดทุนหากไม่ stop loss การขาดหุ้นก็อาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะหุ้นที่มีพื้นฐานไม่ดีมักจะไม่มีเงินปันผล และกิจการมักไม่เติบโต จึงไม่ควรที่จะถือครองเก็บไว้นาน
 
4. จะลงทุนเท่าไร
         การลงทุนจะต้องกำหนดเงินทุนให้เหมาะสม และเป็นเงินที่เย็นพอที่จะรอให้ราคาหุ้นนั้นไปตามที่คาดหวังไว้ ไม่นำเงินที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายมาลงทุน
 
5. ความคุ้มค่าของการลงทุน
         ข้อนี้ถือเป็นการนำคำตอบของทุกข้อมาวิเคราะห์ว่าสมควรที่จะลงทุนหรือไม่ เราต้องดูว่าการลงทุนของเราคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่เช่น เรากำหนดเป้าหมายในการขายไว้กำไร 15 % ขาดทุน 5 % ของเงินลงทุน ต้องใช้เวลา 5 ปี จึงจะบรรลุเป้าหมาย เราต้องมามองว่า ความเสี่ยง 5 % กับระยะเวลา 5 ปี แลกกับผลตอบแทน 15 % นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าเราไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นแล้วใช้เวลาน้อยกว่า ความเสี่ยงน้อยกว่า หรือผลตอบแทนสูงว่า ก็ถือว่าการลงทุนนั้น ไม่คุ้มค่าสำหรับการลงทุน