Loading...

การใช้ trend line (เทรนไลน์) สำหรับการหาแนวโน้มของราคา
การใช้ trend line (เทรนไลน์) สำหรับหาแนวโน้มของราคา

         การหาแนวโน้มของราคาถือเป็นเรื่องสำหรับการลงทุนในหุ้น นักเก็งกำไรส่วนใหญ่จะรู้จักเครื่องมือนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเครื่องมือที่คาดการณ์ราคาได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่ถ้าหากคุณเป็นนักลงทุน (VI) ก็สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจซื้อขายได้
         การลากเส้นแนวโน้ม เป็นเรื่องง่ายที่จะทำความเข้าใจและนำไปใช้ แต่ความแม่นยำของการลากเส้นแนวโน้มโดยใช้ trend line (เทรนไลน์) นั้นจะขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้งานด้วย หากผู้ใช้งานมีการใช้งานบ่อยจนเกิดเป็นความชำนาญ การลาก trend line (เทรนไลน์) ก็จะมีความแม่นยำ อย่างแน่นอน
 

ลากแบบไหนถูกลากแบบไหนผิด

         สำหรับการลาก trend line (เทรนไลน์) เพื่อหาแนวโน้มของราคานั้นไม่มีคำว่าผิดหรือถูก เพราะการลาก trend line (เทรนไลน์) เราจะลากเพื่อใช้ยึดในการปฏิบัติตามเท่านั้น บางคนเป็นนักลงทุนระยะสั้นก็จะมองหาแนวโน้มขนาดเล็ก บางคนลุนทุนระยะยาวก็จะมองหาแนวโน้มขนาดใหญ่เช่น ใน time frame day เส้นแนวโน้มเป็นขาขึ้น แต่ใน time frame 15 นาที อาจจะเป็นขาลง ดังนั้นผู้ลงทุนควรลากแนวโน้มตามความเหมาะสมกับการลงทุนของผู้ลงทุนเอง แต่การลากเส้นแนวโน้มนั้นจะต้องมีนัยสำคัญจึงจะนำมาใช้งานได้ การลากเส้นแนวโน้มนั้นไม่สำคัญเท่าการปฏิบัติตามและการบริหารจัดการพอร์ตที่ดี 
 
ความแม่นยำในการลากเส้นแนวโน้ม

         ความแม่นยำของเส้นแนวโน้มเมื่อลากออกมาแล้ว ต้องดูว่าแนวโน้มนั้น มีนัยสำคัญมากหรือไม่ หากมีนัยสำคัญมาก แสดงว่าเส้นแนวโน้มนั้นๆมีความน่าเชื่อถือ สามารถปฏิบัติตามได้ แล้วแบบไหนถือว่ามีนัยสำคัญ

 
วิธีดูนัยสำคัญของเส้นแนวโน้มที่ลาก

         การดูว่าเส้นแนวโน้มนั้นมีนัยสำคัญหรือไม่นั้นสามารถดูได้จากจำนวนจุดที่มีการเชื่อมต่อกันบนเส้น แนวโน้มของ trend line (เทรนไลน์) โดยการลากเส้นแนวโน้มจะลากเชื่อมกันตั้งแต่ 2 จุดขึ้นไป แต่หากมีจุดเชื่อมบน trend line (เทรนไลน์) ตั้งแต่ 3 จุดขึ้นไป ถือว่าเส้นแนวโน้มนั้นมีนัยสำคัญมาก
         มีนัยสำคัญมาก ก็คือ หากมีจุดเชื่อมบน trend line (เทรนไลน์) มากแสดงว่านักลงทุนส่วนใหญ่ลากเส้นแนวโน้มเหมือนเรา หากเป็นแนวโน้มขาลงเส้นแนวโน้มจะเรียกว่าแนวต้าน จะสังเกตุได้ว่าเมื่อราคามาถึงเส้นแนวโน้มที่ทำหน้าที่เป็นแนวต้านนั้นราคาจะถูกกดลงทันที และวิ่งไปตามแนวโน้มเดิม แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น ก็เพราะว่านักลงทุนลากเส้นได้เหมือนกันทำให้ทุกคนพร้อมที่จะขายที่เส้นแนวโน้มนั่นเอง
         มีนัยสำคัญน้อย หากมีจุดเชื่อมบน trend line (เทรนไลน์) น้อยหรือเชื่อมเพียง 2 จุดเท่านั้นจะจะถือว่ามีนัยสำคัญน้อย หากเกิดการเบรกเส้นแนวโน้มราคาอาจจะไม่ได้เปลี่ยนทิศทางจริง ก็ได้
 
ตัวอย่างการลากเส้นแนวโน้มที่มีนัยสำคัญ
 
แนวโน้มขาลง

กราฟหุ้น,การใช้ เทรนไลน์,การอ่านกราฟหุ้น,การลาก trend line,เทรนไลน์,trend line


         จากรูปด้านบนเป็นกราฟ SET ขาลงในช่วงปี 2558 ซึ่งบนเส้นแนวโน้มที่ทำหน้าที่เป็นแนวต้านคือเส้นบนสุด ซึ่งจะมีจุดเชื่อมกันมากถึง 4 จุด จะสังเกตุเห็นว่าเมื่อราคาเคลื่อนที่มาถึงเส้นแนวโน้มบนสุดราคาก็จะมีแรงเทขายออกมาทำให้ราคาตกลงไปตามเส้นแนวโน้ม เส้นแนวโน้มนี้จึงถือว่าเป็นเส้นแนวโน้มที่มีนัยสำคัญมากนั่นเอง ราคาได้เคลื่อนตามเส้นแนวโน้มจาก 1,600 สู่ 1,220 ตอนต้นปี 2559 จากนั้นราคาได้เบรคเส้นแนวโน้มในเดือน มีนาคม ปี 2559 สังเกตได้จากวงกลมสีแดง แสดงว่าราคาได้ออกจากแนวโน้มขาลงพร้อมที่จะปรับตัวขึ้น จนปัจจุบันราคาได้ขึ้นมาอยู่ที่ 1820 จุด ณวันที่ 29 มกราคม 2561
 

แนวโน้มขาขึ้น

กราฟหุ้น,การใช้ เทรนไลน์,การอ่านกราฟหุ้น,การลาก trend line,เทรนไลน์,trend line


         จากรูปด้านบนเป็นตัวอย่างการลากเส้นแนวโน้มขาขึ้นของกราฟ SET Time fram 1 วัน ในช่วงปี 2557  จะมีเส้นแนวโน้มเส้นล่างสุดทำหน้าที่เป็นเส้นแนวรับ เส้นแนวรับนี้มีจุดเชื่อมกันบนเส้นถึง 3 จุด ถือว่าเป็นเส้นแนวโน้มมีนัยสำคัญมากพอที่จะเชื่อถือได้ จะสังเกตุเห็นว่าเมื่อราคาเคลื่อนตัวมาถึงเส้นแนวโน้มล่างสุดแล้ว ราคาจะเด้งกลับไปตามแนวโน้มเดิมเสมอเพราะคนส่วนใหญ่ใช้เส้นแนวโน้มเดียวกัน จนเมื่อมาถึงจุดเบรกในวงกลมสีแดง ราคาได้ทำการเบรคเส้นแนวโน้มออกจากแนวโน้มขาขึ้นสู้แนวโน้มขาลง

แนวโน้ม side way หรือ ไม่มีแนวโน้ม

กราฟหุ้น,การใช้ เทรนไลน์,การอ่านกราฟหุ้น,การลาก trend line,เทรนไลน์,trend line

         เป็นภาวะที่ตลาดไม่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จะขึ้นลงสลับกัน การลากเส้นแนวโน้มจะลากเป็นแนวนอนตามรูปด้านบน ในภาวะแบบนี้ การลงทุนจะคลาดการค่อยข้างยากในการลงทุน แต่ก็จะมี indicator หลายตัวที่สามารถใช้การได้ดีในภาวะตลาดแบบนี้เช่น RSIStochastic , Macd เป็นต้น

 
 
หลักการลากเส้นแนวโน้มด้วย trend line (เทรนไลน์)

         1.ต้องมีจุดเชื่อมกันตั้งแต่สองจุดขึ้นไป
         2.จะต้องมีเส้นที่สามารถลากขนานกันได้
         3.หัวใจสำคัญของการลาก trend line (เทรนไลน์) นั้นคือต้องตามหาเส้นที่มีนัยสำคัญ นำมาใช้งาน เพราะหากมีนัยสำคัญแปลว่า “นักลงทุนส่วนมากลากเหมือนกันเส้นที่เราลาก ทำให้การคาดการมีความคลาดเคลื่อนน้อย”