Loading...

Money Management การบริหารพอร์ตการลงทุน ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
Money Management การบริหารพอร์ตการลงทุน ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

         Money Management ถือเป็นหัวใจหลักของนักเก็งกำไรเลยก็ว่าได้ หลายคนส่วนมากเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นลงทุนไประยะนึงรู้สึกว่าเทรดได้บ้างเสียบ้าง หรือบ้างครั้งเทรดได้มากกว่าเสีย แต่พอร์ตก็ไม่ยอมโตสักที บทความนี้จะมาช่วยคุณแก้ปัญหานั้นๆ ปัญหาดังกล่างก็คือคุณขาดการบริหารจัดการพอร์ตที่ดีไปนั่นเอง ต่อให้คุณเป็นคนที่วิเคราะห์กราฟได้เก่งแค่ไหนหากไม่มีการบริหารพอร์ตที่ดี คุณก็อาจจะล้มเหลวในตลาดได้ง่าย
         เหตุผลที่ล้มเหลวก็เพราะ การเทรดให้ชนะตลาด ก็ว่ายากแล้วผู้เทรดยังต้องเสียค่าคอมอีก ยิ่งถ้าใครเทรด TFEX ด้วยแล้ว จะทราบดีว่าค่าคอมนั้นก็มากเอาการ ดังนั้นเรามาดูตัวอย่างกันก่อนว่าทำไมถ้าไม่มีการบริหารจัดการพอร์ตที่ดีจึงทำให้เกิดความล้มเหลวในการลงทุน คุณลองถามตัวคุณเองว่าในการเทรด 10 ครั้ง คุณเทรดแพ้ – ชนะกี่ครั้ง โดยคนที่เทรดอยู่ในตลาดมาระยะหนึ่งจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-7 ครั้ง ผมเชื่อว่าไม่มีใคร เทรดได้เต็มสิบ ตลอดไปไม่ว่าจะเก่งขนาดไหนก็ตาม เพราะ full time เทรดเดอร์ต่างๆก็ยังไม่สามารถทำได้ จะต้องใช้การบริการจัดการพอร์ตเข้ามาช่วยอยู่ดี โดยปัญหาของคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้บริหารจัดการพอร์ตที่ดี คือ  เวลาได้ได้น้อย แต่เวลาเสียเสียมาก




 
 
เวลาได้ได้น้อย แต่เวลาเสียเสียมาก

         เพราะเมื่อเวลาเราเทรดนั้นจะมีอารมณ์เข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนด้วย  ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราเข้าซื้อหุ้นแล้วหุ้นบวกขึ้นแล้วทำให้เรากำไรและเมื่อเวลาผ่านไปหุ้นได้พักฐานลงมาเล็กน้อยทำให้เราเหลือกำไรน้อยลงทำให้เราเสียดายและเกิดความกลัว จึงทำการขายหุ้นตัวนั้นเสียก่อนที่จะถึงราคาเป้าหมาย ในทางกลับกันเมื่อเราซื้อหุ้นแล้วหุ้นกลับตัวลง ทำให้พอร์ตของเราติดลบ เรากลับไม่กล้าที่จะกำจัดขาดทุนโดยการ stop loss เพราะว่าเสียดายจึงทำการซื้อหุ้นเพิ่มเพื่อทำการถัวเฉลี่ยราคา การทำแบบนี้จะทำให้การขาดทุนบายปลายไปอีก ผมเชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดหุ้นจะ เจอภาวะอารมณืแบบนี้แน่นอน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากรู้จักการบริหารพอร์ตที่ดี
 
หลักการบริหารพอร์ตการลงทุน Money Management
ต้องทราบข้อมูลดังต่อไปนี้

            1. เงินลงทุนที่เท่าไร
            2. ลงทุนในอะไร เพราะการบริหารพอร์ตการลงทุนแต่ล่ะแบบจะแตกต่างกันออกไปจึงจำเป็นต้องทราบก่อนว่าเรากำลังจะลงทุนในอะไร
            3. สามารถรับความเสี่ยงจากการขาดทุนได้กี่เปอร์เซ็น เพื่อเป็นการกำหนดจุด stop loss เมื่อตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้
            4. จุดขายทำกำไรเท่าไร เพื่อกำหนดจุดขายทำกำไรก่อนที่ตลาดจะเปลี่ยนไปในทิศทางตรงข้าม
 
เรามาดูตัวอย่างการใช้ Money Management กับการเทรด Tfex

         เป็นวิธีที่มีความง่ายทางทฤษฎีแต่จะยากในทางปฏิบัติ สมมุติว่าผมมีเงินในพอร์ต TFEX อยู่ 50,000 บาท ราคา Set50 Index future จะอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาทต่อ 1 สัญญา ผมจะตั้งไว้ว่า ผมจะใช้เงินการเทรด TFEX   20,000 บาทต่อ 1 สัญญา เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเอง เทรดเกินตัว ดังนั้นผมจะเทรดได้เพียง 2 สัญญาเท่านั้น และจะกำหนดจุด Stop loss ไว้ไม่เกิน 5 จุด และ จุดขายทำกำไรไว้ไม่ต่ำกว่า 15 จุด เมื่อตอบคำถามเสร็จได้ครบทั้ง  4 ข้อแล้ว ต่อไปก็เป็นการหาโอกาสในเข้าซื้อขายจากการอ่านกราฟ ซึ่งจะมีเงื่อนไขดังนี้

               1. ราคาที่จะเข้าซื้อนั้น อยู่ห่างจากแนวรับที่จะใช้ เป็นจุด stop loss นั้น ต้องไม่เกิน 5  จุด
               2. แนวต้านถัดไปที่จะใช้เป็นจุดขายทำกำไรนั้น ถึง 15 จุดหรือไม่

         หากไม่ตรงตามเงื่อนไขทั้งสองข้อด้านบนผมจะไม่เข้าซื้อขาย โดยเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นการเทรดที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าผลตอบแทนที่จะได้รับทำให้พอร์ตไม่โต ถ้าคุณทำได้ตามเงื่อนไขด้านบนแล้วคุณก็จะสามารถทำกำไรแม้คุณเทรด 10 ครั้ง ชนะ 4 ครั้ง แพ้ 6 ครั้งคุณก็ยังสามารถทำกำไรได้อยู่ เพราะการเทรดชนะเพียงครั้งเดียวสามารถชดเชยการเทรดเสียได้ถึง 3 ครั้งนั่นเอง
         และเมื่อผมเทรดไปเรื่อยจนพอร์ตผมเติบโตจนมีเงินในพอร์ตครบ 60,000 บาท ผมจะมีสิทธิ์ที่จะซื้อขาย ครั้งล่ะ 3 สัญญา เพราะว่ามีเงินทุนที่เพิ่มขึ้นเราจึงสามารถลงทุนในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นได้ แต่ถ้าหากในเวลาต่อมาเงินทุนในพอร์ตผมลดลงมาต่ำกว่า 60,000 บาท ผมก็จะกลับมาเทรดครั้งล่ะไม่เกิน 2 สัญญาอีก




         มาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงจะพอเข้าใจหลักการของ Money Management (การบริการพอร์ตการลงทุน) แล้วหากคุณทำได้ตามนี้รับรองว่า พอร์ตของคุณจะไม่ขาดทุนจนย่อยยับอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากคุณทำตามหลักของ Money Management อย่างเคร่งครัดแล้วพอร์ตของคุณยังไม่เติบโตอีก แสดงว่าคุณมีปัญหาเรื่องการวิเคราะห์กราฟที่ไม่แม่นยำ คุณจึงจำเป็นต้องขยันศึกษาและทำการบ้านเพิ่มขึ้น 
         การกำหนดเงื่อนไข ของ Money Management ผู้อ่านจะต้องปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองเพราะถ้านักลงทุนใช้การวิเคราะห์กราฟบน Time frame เล็ก การตั้งจุดทำกำไรที่ 15 จุดอาจจะมากไปสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ดังนั้นนักลงทุนจะต้องปรับใช้ให้ตรงกับแนวทางการลงทุนของผู้ลงทุนเอง
         อย่างที่บอกวิธีการของ Money Management นั้นง่าย แต่สิ่งที่ยากคือการที่เราจะปฏิบัติตามกฎที่เราตั้งขึ้นนั้นเอง หลายคนคงบอกว่ามันจะยากตรงไหน ขอบอกเลยว่าให้ลองทำ เพราะว่าเวลาเทรดจริงจะมี ความโลภ ความกลัว เข้ามามีส่วนร่วมทำให้เราทำผิดกฎอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าคุณทำได้ตามกฎรับรองเลยว่า พอร์ตคุณจะไม่ล้มละลายอย่างแน่นอน