Loading...

เริ่มลงทุนใน ออปชั่น Options
เริ่มลงทุนในออปชั่น (Options)
            ออปชั่น เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกประเภทหนึ่งของ ตราสารอนุพันธ์  ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน  โดยขั้นตอนการลงทุนจะมีความซับซ้อนมากกว่าการลงทุนในหุ้นอยู่มาก สำหรับผู้ลงทุนที่กำลังจะเริ่มที่จะลงทุนในออปชั่น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน นักลงทุนต้องทราบว่า พุทออปชั่น,คอลออปชั่น คืออะไร
เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ตัวอย่างในบทความนี้จะขอใช้ Set50 index options เพราะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากที่สุด
           ในการซื้อขายออปชั่นจะมีคำศัพท์ที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเหมือนกับ การลงทุนใน SET50 Index Futures ดังนี้
 
                      ในตลาดอนุพันธ์ จะใช้คำว่า Long  แทนคำว่า “ ซื้อ ”
                      ในตลาดอนุพันธ์ จะใช้คำว่า Short  แทนคำว่า “ขาย”
 

การใช้งานจะแบ่งออกเป็น 2 สถานการณ์หลัก
1.สถานการณ์ขาขึ้น (ตลาดกระทิง)
      หากนักลงทุนคาดว่า SET50 จะปรับตัวขึ้น นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ 2 วิธี ดังนี้
           1.1 Long (ซื้อ) SET50 คอลออปชั่น
           1.2 Short (ขาย) SET50 พุทออปชั่น

2.สถานการณ์ขาลง (ตลาดหมี)
      หากนักลงทุนคาดว่า SET50 จะปรับตัวลง นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ 2 วิธี ดังนี้
            2.1 Long (ซื้อ) SET50 พุทออปชั่น
            2.2 Short (ขาย)  SET50 คอลออปชั่น
 
1. สถานการณ์ขาขึ้น (ตลาดกระทิง)

     1.1. Long (ซื้อ) SET50 คอลออปชั่น
            คือ การซื้อสิทธิในการซื้อ SET50 ณ ราคา , จำนวน , ตามเวลา ที่กำหนดไว้ เหตุที่นักลงทุนที่ตัดจะสินใจ Long (ซื้อ) SET50 คอลออปชั่น นั้นนักลงทุนจะคิดว่าราคาของ SET50 จะปรับตัวขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดกำไร เพราะราคาในตลาดสูงกว่าราคาใช้สิทธิ แต่ถ้าหากราคาไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวังนักลงทุนจะขาดทุนเพราะราคาตลาดต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ลงทุนสามารถปิดสถานะโดยการขายสิทธิได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอจนถึงวันหมดอายุ
การปิดสัญญาก่อนวันหมดอายุจะคำนวณกำไรขาดทุน โดยการนำ ราคาซื้อลบด้วยราคาขาย แล้วคูณด้วย 200 จะเท่ากับ กำไร(ขาดทุน) การถือสัญญาจนหมดอายุ กำไร(ขาดทุน) จะขึ้นอยู่กับราคาของ ดัชนี SET50 ที่ใช้ชำระในวันซื้อขายวันสุดท้ายว่ามีค่าเป็นเท่าไร โดยจะเรียกว่า “ ดัชนีที่ใช้ชำระราคาครั้งสุดท้าย ”

          --> ถ้า SET50 มีราคา < ราคาสิทธิ ผู้ซื้อจะไม่ใช้สิทธิ
          --> ถ้า SET50 มีราคา > ราคาสิทธิ ผู้ซื้อจะใช้สิทธิในการซื้อ และรับชำระเงิน (ราคาดัชนี SET50 – ราคาสิทธิ) * 200 บาท
 
      1.2. Short (ขาย) SET50 พุทออปชั่น
             สมมุติตัวละครเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ
                   นักลงทุน A ผู้ที่คิดว่า SET50 จะปรับตัวขึ้น
                   นักลงทุน B ผู้ที่คิดว่า SET50 จะปรับตัวลง
            นักลงทุน A จะ Short (ขาย) SET50 พุทออปชั่น เพราะนักลงทุน A คาดว่า SET50 จะปรับตัวขึ้นในอนาคต และเมื่อนักลงทุน B มา Long (ซื้อ) SET50 put options จากนักลงทุน A นักลงทุน B จะเป็นผู้เลือกว่าจะใช้สิทธิหรือไม่
            หาก SET50 ปรับตัวขึ้น  นักลงทุน B จะขาดทุน หากนักลงทุนเลือกที่จะปิดสัญญา นักลงทุนจะสามารถคำนวนกำไร(ขาดทุน) ได้จาก ((ราคาซื้อ – ราคาขาย) * 200)
            หาก set 50 ปรับตัวลง นักลงทุน B จะกำไร หากนักลงทุนเลือกที่จะปิดสัญญา นักลงทุนจะได้รับกำไรจากนักลงทุน A เท่ากับ ((ราคาซื้อ – ราคาขาย)*200)  
            หากคู่สัญญา ถือสัญญากันจนถึงวันหมดอายุ กำไร(ขาดทุน) จะเท่ากับ ((ราคาซื้อสิทธิ  - set50)*200)
 
2. สถานการณ์ขาลง (ตลาดหมี)
    2.1. Long (ซื้อ) SET50 พุทออปชั่น
           Long (ซื้อ) SET50 พุทออปชั่น เป็นกลยุทธที่นักลงทุน จะใช้เมื่อคิดว่า SET50 จะปรับตัวลง หาก SET50 ปรับตัวลดลงนักลงทุนจะกำไร แต่ถ้าหาก SET50 ปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนจะขาดทุน
            หากผู้ลงทุนต้องการปิดสถาน สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้สัญญาหมดอายุผู้ลงทุนจะรับรู้ กำไร(ขาดทุน) เท่ากับ (ราคาขาย – ราคาซื้อ)*200
            แต่ถ้าหากผู้ลงทุนถือสัญญาจนหมดอายุ กำไรขาดทุนจะขึ้นอยู่กับ ราคาของดัชนี SET50 ณ วันสุดท้ายของการซื้อขายสัญญา
                 --> ถ้า set50 < ราคาใช้สิทธิผู้ซื้อจะได้รับเงิน เท่ากับ (ราคาใช้สิทธิ – ราคา set50) *200
                 --> ถ้า set50 >= ราคาใช้สิทธิผู้ซื้อจะไม่ได้รับการชำระเงินกำไร และสัญญาจะหมดอายุไป

2.2. Short (ขาย) SET50 คอลออปชั่น
       สมมุติตัวละครเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ
            นักลงทุน A ผู้ที่คิดว่า SET50 จะปรับตัวลง
            นักลงทุน B ผู้ที่คิดว่า SET50 options จะปรับตัวขึ้น
            นักลงทุน A จะ Short (ขาย)  SET50 คอลออปชั่น เพราะนักลงทุน A คาดว่า SET50 จะปรับตัวลงในอนาคต และเมื่อนักลงทุน B มาซื้อ Long (ซื้อ) SET50 คอลออปชั่น จากนักลงทุน A นักลงทุน B จะเป็นผู้เลือกว่าจะใช้สิทธิหรือไม่
            หาก SET50 ปรับตัวขึ้น  นักลงทุน B จะกำไร หากนักลงทุนเลือกที่จะปิดสัญญา นักลงทุนจะกำไร(ขาดทุน) เท่ากับ  ((ราคาซื้อ – ราคาขาย) * 200) ให้กับนักลงทุน A
            หาก SET50 ปรับตัวลง นักลงทุน B จะขาดทุน หากนักลงทุนเลือกที่จะปิดสัญญา นักลงทุน B จะเสียเงินเป็นกำไรจากนักลงทุน A เท่ากับ ((ราคาซื้อ – ราคาขาย)*200)  
            หากคู่สัญญา ถือสัญญากันจนถึงวันหมดอายุ กำไร(ขาดทุน) จะเท่ากับ ((ราคาซื้อสิทธิ  - SET50)*200)




 
ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่
            1. ผู้ซื้อ long call options จะขาดทุนได้สูงสุดเท่ากับค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายไปตอนซื้อสัญญา แต่จะมีโอกาสทำกำไรได้สูงสุดไม่จำกัด
            2. ผู้ขาย short call options จะสามารถทำกำไรได้สูงสุดเพียงค่าพรีเมี่ยมที่รับมาจากผู้ซื้อเท่านั้น แต่การขาดทุนได้ไม่จำกัด
            3. ผู้ซื้อ long put options จะขาดทุนได้สูงสุดเท่ากับค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายไปตอนซื้อสัญญาเท่านั้น แต่จะมีโอกาสทำกำไรได้สูงสุดไม่จำกัด
            4. ผู้ขาย short put options จะสามารถทำกำไรได้สูงสุดเพียงค่าพรีเมี่ยมที่รับมาจากผู้ซื้อเท่านั้น แต่การขาดทุนจะขาดทุนเท่ากับราคาใช้สิทธิที่ผู้ซื้อทำกำไรได้
สำหรับการลงทุนใน SET50 ออปชั่นจะไม่มีการส่งมอบสินค้าอ้างอิงจริง จะเป็นการส่งมอบกันเป็นเงินสดเท่านั้นเพราะ การส่งมอบ SET50 เป็นเรื่องยาก เพราะ SET50 ประกอบด้วยหุ้น 50 ตัวในตลาดหุ้น และการเปิดพอร์ตที่ใช้ซื้อขายออปชั่น สามารถติดต่อได้ที่โบรกเกอร์ได้เลย

               การซื้อขาย single stock futures ต้องซื้อขายผ่านตลาด tfex โดยผู้ลงทุนสามารถเปิดพอร์ตได้กับโบรคเกอร์ทั่วไป  ส่วน การซื้อขาย TFEX จะมีความซับซ้อนมากกว่าหุ้นทั่วๆไป ผู้ลงทุนจะต้องศึกษา เพิ่มเติม