Loading...

ตราสารหนี้ มีกี่ประเภท
ตราสารหนี้ มีกี่ประเภท
         ตราสารหนี้ในประเทศไทยมีเกณฑ์ในการแบ่งโดยใช้ผู้ออกตราสารหนี้เป็นเกณฑ์ เช่น ตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐบาลจะใช้คำเรียกว่า พันธบัตร ส่วนตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชนส่วนใหญ่จะเรียกว่า หุ้นกู้
 
1.ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล
         หน่วยงานรัฐบาลมีหน้าที่ให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ โดยจะมีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ในด้านต่างๆ ของประชาชนเช่น ในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยการดำเนินการต่างๆของภาครัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล โดยเงินทุนหลักของหน่วยงานรัฐจะมาจากการเก็บภาษี แต่ในบางครั้งหน่วยงานรัฐมีเงินไม่พอสำหรับการบริหารจึงจำเป็นต้องทำการระดมเงินทุน โดยการออกตราสารหนี้มาจำหน่ายให้กับสถาบันการเงินและประชาชน เพื่อนำเงินทุนไปใช้ในการบริหารและพัฒนาประเทศ ซึ่งตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล สามารถแยกย่อยได้อีกดังนี้
 
     1.1 พันธบัตรรัฐบาล
               พันธบัตรรัฐบาล คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล ซึ่งจะถือว่าเป็นตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เพราะโอกาสที่รัฐบาลจะไม่ชำระหนี้แทบจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ ซึ่ง พันธบัตรรัฐบาล ได้รับชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า ตราสารปราศจากความเสี่ยง
 

     1.2 หุ้นกู้เทศบาล
               หุ้นกู้เทศบาล คือตราสารหนี้ที่ออกจำหน่ายโดยหน่วยงานราชการระดับรัฐ หรือท้องถิ่น เช่น เทศบาล เป็นต้น หุ้นกู้เทศบาลแบ่งออกเป็น 5 ประเภทดังนี้

                1.2.1 หุ้นกู้ประเภทค้ำประกันด้วยภาษี คือหกหกหกหุ้นกู้เทศบาลที่ใช้ภาษีของหน่วยงานราชการค้ำประกันในการกู้
                1.2.2 หุ้นกู้รายได้ คือหุ้นกู้ที่การชำระดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ออกหุ้นกู้ โดยผู้ออกหุ้นกู้จะชำระดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อผู้ออกหุ้นกู้มีรายได้จากการดำเนินงาน
                1.2.3 หุ้นกู้มีการซื้อประกัน คือหุ้นกู้เทศบาลที่มีการซื้อประกันการชำระเงินไว้ คือการที่หน่วยงานรัฐบาลจ่ายเบี้ยให้บริษัทประกันเพื่อให้บริษัทประกันชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับผู้ถือตราสารหนี้แทนเมื่อ หน่วยงานไม่มีความสามารถในการชำระหนี้
                1.2.4 หุ้นกู้เตรียมชำระคืน คือหุ้นกู้เทศบาลที่ค้ำประกันด้วยพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งกระแสเงินสดที่ได้รับจากพันธบัตรรัฐบาลจะต้องเพียงพอที่จะจ่ายชำระคืนหุ้นกู้เทศบาล
                1.2.5 อนุพันธ์ทางการเงินของหุ้นหู้เทศบาล คือตราสารอนุพันธ์ที่สร้างจากหุ้นกู้เทศบาล
 
     1.3 พันธบัตรรัฐบาลที่มีการปรับมูลค่าโดยอ้างอิงจากอัตราเงินเฟ้อ (TIPS)
               คือพันธบัตรรัฐบาลที่มีการปรับมูลค่าของตราสารหนี้ตามอัตราเงินเฟ้อ เช่น พันธบัตรมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ ร้อยล่ะ 3 ต่อปี และมีมูลค่า 1000 บาท ซึ่งในปีแรกอัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 4 ต่อปี พันธบัตรจะปรับมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1040 บาท และจะมีผลต่อการชำระดอกเบี้ยโดย พันธบัตรกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ ร้อยล่ะ 3 ต่อปี ก่อนการปรับมูลค่ารัฐบาลจะต้องจ่ายดอกเบี้ย 30 บาท แต่หลังจากปรับมูลค่าแล้ว รัฐบาลจะต้องจ่ายดอกเบี้ย 31.2 เป็นต้น
 

 
 
2.ตราสารหนี้ภาคเอกชน(หุ้นกู้บริษัท)
         หุ้นกู้บริษัท หมายถึง ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน ซึ่งจะมีความเสี่ยงมากกว่า ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล เพราะว่าบริษัทเอกชนมีความเสี่ยงที่จะไม่ชำระเงินต้นคืน ทำให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้ต้องให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่ารัฐบาลเพราะหากให้ดอกเบี้ยต่ำ หุ้นกู้นั้นๆก็จะไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทำให้การระดมทุนไม่เกิดผลสำเร็จ ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยของ หุ้นกู้บริษัทจึงขึ้นอยู่กับ สถานะความมั่นคงของบริษัทที่ออกหุ้นกู้นั้นๆด้วย หากบริษัทที่ออกหุ้นกู้มีความมั่นคงทางการเงินสูงอัตราดอกเบี้ยก็จะต่ำกว่าบริษัทที่มีความมั่นคงน้อย เป็นต้น