Loading...

การเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวม ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ารเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวม ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
         หากผู้ลงทุนมีความสนใจที่จะลงทุนในกองทุนรวม จะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง การเตรียมตัวสำหรับการลงทุนในกองทุนรวมดังนี้
          
         1. เตรียมเงิน
         2. ตั้งเป้าหมายการลงทุน
         3. ศึกษาหาข้อมูล
         4. ประเมินความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้
         5. ตามหากองทุนที่เหมาะกับผู้ลงทุน
         6. เปิดบัญชีซื้อขายกองทุนและเริ่มลงทุน




1.เตรียมเงิน
         การเตรียมเงิน ก็คือการเตรียมเงินเพื่อซื้อกองทุนนั่นเอง แต่เงินอะไรล่ะที่จะใช้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม เงินที่จะสามารถนำมาซื้อกองทุนรวมได้ก็คือ “เงินเย็น”
         เงินเย็น ก็คือเงินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว และยังไม่จำเป็นต้องใช้ในช่วงเวลานั้นๆ
 ตัวอย่างการคำนวณหา “เงินเย็นที่สามารถมาลงทุนได้”
 
         รายรับ         เงินเดือน                                25000                   บาท
         รายจ่าย       ค่าเช่าห้อง                              5000                     บาท
                            ค่าใช้จ่ายประจำ                     4000                     บาท
                            ค่าผ่อนรถ                              12500                   บาท
                            รวมรายจ่ายจำเป็น                  21500                   บาท
         จะได้            เงินเย็น                                3500                       บาท
 
         เงิน 3500 บาท คือเงินที่หักภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นออกแล้ว เป็นเงินที่สามารถนำไปลงทุนได้แต่เดี๋ยวก่อน เงิน 3500 หานี้เย็นแล้วจริงๆหรือยัง แล้วถ้าพรุ่งนี้ตกงานล่ะจำทำอย่างไงจะจัดการกับรายจ่ายจำเป็น 21500 นั่นอย่างไง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการสำรองเงินฉุกเฉินสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเสียก่อน ส่วนมากจะสำรองกันอยู่ราวๆ 3 เดือนเพื่อให้เวลาจัดการกับปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น เช่น ป่วย ตกงาน รถเสีย ซ่อมบ้าน เป็นต้น


ตัวอย่างการเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน
            จากตัวอย่างค่าใช้จ่ายด้านบน จะเห็นได้ว่ามีรายจ่ายจำเป็นอยู่ 21500 บาท ต้องการจะสำรองเงินฉุกเฉิน 3 เดือนเพื่อจัดการกับปัญหา ผู้ลงทุนจะต้องเก็บเงินทั้งหมด 21500 * 3 จะเท่ากับ 64500 บาท หากคุณมีเงิน 64500 บาท เก็บไว้แล้วหลังจากนี้เงิน 3500 บาทต่อเดือนก็จะเป็นเงินเย็นจริงๆที่ผู้ลงทุนสามารถนำไปลงทุนได้
 



2.ตั้งเป้าหมาย
         การลงทุนต้องมีเป้าหมายเพื่ออะไรเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเก็บเงินและเพื่อระบุเวลาการลงทุน เช่น เป้าหมายที่จะซื้อบ้าน เป้าหมายที่จะซื้อรถ เป้าหมายที่จะไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น  เป้าหมายต่างๆมีผลต่อการเลือกซื้อกองทุน ผู้ลงทุนจะได้ศึกษาการเลือกซื้อกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายของผู้ในบทความอื่นๆ
 
ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายเพื่อการลงทุน
 
         เป้าหมาย               เงินสำหรับเป้าหมาย        จำนวนเงินที่ต้องเก็บต่อเดือน        ระยะเวลาปี
 
         ซื้อรถ                      700,000                                     11,666                                       5
 
         ซื้อบ้าน                    4,000,000                                  16,666                                      20
 
         เรียนต่อ                   300,000                                     12,500                                       2
 
         เที่ยวต่างประเทศ      150,000                                     12,500                                       1
 
            จากตัวอย่างการตั้งเป้าหมายด้านบนจะยังไม่รวมผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนหากนำเป้าหมายและระยะเวลาไปเลือกกองทุนที่สนใจจะลงทุนได้แล้ว จะมีตัวแปลที่เรียกว่าอัตราผลตอบแทนเข้ามาเพิ่ม ซึ่งจะทำให้เราถึงเป้าหมายเร็วขึ้นกว่าระยะเวลาที่กำหนด เมื่อเราได้เป้าหมายได้แล้ว จะต้องปฏิบัติตามเป้าหมายอย่างเคร่งครัด
 



3.ศึกษาหาข้อมูล
         ก่อนการลงทุนผู้ลงทุนจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดจากการลงทุนน้อยที่สุด โดยผู้ลงทุนจะต้องศึกษาข้อมูลการลงทุน ว่ามีกองทุนมีกี่ประเภท ประเภทไหนให้ผลตอบแทนอย่างไร มีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง ผู้ลงทุนสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับกองทุนได้ที่นี่
 



4. ประเมินความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้
         นักลงทุนแต่ล่ะคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากันซึ่งตัวแปลต่างๆที่ทำให้ผู้ลงทุนรับความเสี่ยงได้ต่างกัน เช่น อายุ สถานภาพสมรส แม้แต่ลักษณะนิสัยของผู้ลงทุนเอง หากผู้ลงทุนมีอายุน้อยมักรับความเสี่ยงได้มากกว่าผู้ลงทุนที่มีอายุมาก เพราะมีภาระค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า และระยะเวลาการลงทุนยาวนานกว่า ลักษณะนิสัยของผู้ลงทุน ถ้าหากผู้ลงทุนเป็นคนที่เน้นความปลอดภัยมักจะเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ถ้าหากนักลงทุนต้องการที่จะได้รับผลตอบแทนมาก ผู้ลงทุนจะต้องเลือกลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อจะได้รับผลตอบแทนในจำนวนมาก ตอนเปิดบัญชี ทาง บลจ. จะมีแบบสอบถามเรื่องความเสี่ยงให้ ผู้ลงทุนควรตอบให้ตรงตามความจริงเพื่อประเมินว่าผู้ลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ระดับไหน เพื่อจะได้เลือกกองทุนให้เหมาะสมกับตัวผู้ลงทุนเอง

5.ตามหากองทุนที่เหมาะกับผู้ลงทุน
            จาก 4 ข้อด้านบนจะได้หลายตัวแปลที่ใช้สำหรับเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับผู้ลงทุนเช่น ระยะเวลาที่ต้องการลงทุน ความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้ อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ การตามหากองทุนมีหลายขั้นตอนผู้อ่านสามารถ อ่านได้ที่นี่
 
6.เปิดบัญชีซื้อขายกองทุนและเริ่มลงทุน
         ผู้ลงทุนควรปฏิบัติทั้ง 5 ข้อด้านบนก่อนที่จะเลือกเปิดบัญชีเพราะว่าการเปิดบัญชีแต่ล่ะที่ ไม่สามารถซื้อได้ทุกกองทุน ทำให้ผู้ลงทุนจะต้องทราบก่อนว่าต้องการที่จะซื้อกองทุนอะไร เพื่อจะได้เปิดบัญชีกับ บลจ. หรือ ตัวแทนจำหน่ายที่สามารถซื้อกองทุนที่ผู้ลงทุนสนใจได้ การเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนมีหลายขั้นตอนผู้ลงทุนสามารถอ่านลายละเอียดได้ที่นี่
   
          เมื่อนักลงทุนเตรียมตัวพร้อมสำหรับการลงทุนในกองทุนแล้วนักลงทุนสามารถ ศึกษาการวางแผนการลงทุนได้จาก  หลังจากนั้นก็เปิดบัญชีและเริ่มดำเนินการตามแผนได้เลย