Loading...

การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (dollar-cost averaging) คืออะไร
การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (dollar-cost averaging) คืออะไร
         ในปัจจุบันการลงทุนถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเก็บเงินไว้กับธนาคารได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ และการเก็บเงินไว้เฉยๆจะทำให้มูลค่าของเงินน้อยลง ซึ่งจำเป็นต้องนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เกิดผลงอกเงย ในบทความนี้จะแนะนำรูปแบบการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้มีหลายได้ประจำ นั่นก็คือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (dollar-cost averaging)
 

         การลงทุนแบบ DCA คือ การเข้าซื้อหุ้นหรือกองทุนรวม ด้วยจำนวนเงินครั้งละเท่าๆกันเป็นประจำ ผู้ที่ต้องการใช้รูปแบบการลงทุนแบบ DCA สามารถแบ่งงวดการเข้าซื้อได้ตามความเหมาะสมกับตัวเอง ทั้งในเรื่องของจำนวนเงินและความถี่ในการลงทุน การทำแบบนี้จะทำให้ราคาหุ้นหรือกองทุน ในพอร์ตมีต้นทุนแบบถั่วเฉลี่ย การลงทุนแบบนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่อยากลงทุนแต่ไม่มีเงินก้อน ก็จะช่วยให้สามารถเก็บเงินได้
 
ตัวอย่างการลงทุนแบบ DCA
       สมมุติว่าเราต้องการซื้อหุ้นหนึ่งตัวเป็นประจำทุกสิ้นเดือนเป็นเวลา 1 ปี ด้วยจำนวนเงินต่องวด 5,000 บาท สมมุติให้ราคาหุ้นในปีดังกล่าวอยู่ในช่วง 15 – 20 บาท
 
DCA,ลงทุนแบบ DCA

        จากตัวอย่างด้านบนเป็นการเข้าซื้อหุ้นด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือน เดือนล่ะ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน จะเห็นได้ว่าในสิ้นงวดที่ 12 ราคาเฉลี่ยของหุ้นในพอร์ตจะเท่ากับ 17.2 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีราคามากกว่าราคาของหุ้นในปัจจุบันในเดือนที่ 12 ซึ่งแปลว่าพอร์ตหุ้นของเราก็ยังกำไรอยู่
 
ข้อดีของการลงทุนแบบ DCA
  1. ในเวลาที่หุ้นอยู่ในแนวโน้มขาลง หากใช้วิธีการลงทุนแบบ DCA จะทำให้มูลค่าหุ้นเฉลี่ยในพอร์ตมีต้นทุนที่ต่ำลง และทำให้มีโอกาสในการซื้อหุ้นในราคาถูก เช่น เกิดวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ ส่งผลให้ราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวลงมาก หากเราเลือกลงทุนแบบ DCA ไว้เมื่อหุ้นลงมาเราซื้อแบบถัวเฉลี่ยมาตลอดทางจะมีผลทำให้ต้นทุนในพอร์ตหุ้นเราต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อผ่านพ้นวิกฤตไปราคาหุ้นฟิ้นตัวก็จะทำให้เรามีกำไรที่มากขึ้น
  2. DCA ช่วยลดความเครียดในการลงทุน โดยปกติแล้วเมื่อเราเข้าซื้อหุ้นด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว ถ้าหากราคาปรับตัวลงเราก็จะเห็นว่าพอร์ตเราติดลบ จึงเกิดความไม่สบายใจ มีความทุกข์ เกิดผลเสียต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากลงทุนแบบ DCA เราก็จะมีความเครียดน้อยลงเพราะเรารู้ตัวเองว่า เมื่อหุ้นลงเราก็จะมีโอกาสที่จะซื้อเพิ่มในงวดถัดไปทำให้ต้นทุนต่ำลง ความกังวนจึงน้อยลงไป
  3. ช่วยสร้างวินัยในการเก็บเงิน ปัจจุบันการซื้อกองทุนรวมหรือหุ้น สามารถตั้งให้โปรแกรมซื้อหุ้นให้อัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องเข้าไปสั่งซื้อเอง
 
ข้อเสียและข้อควรระวัง
  1. หากหุ้นอยู่ในขาขึ้น ถ้าเราซื้อหุ้นแบบ DCA จะทำให้ต้นทุนของหุ้นในพอร์ตสูงขึ้นเรื่อยๆ หากในอนาคตหุ้นมีการพักฐาน อาจมีผลทำให้พอร์ตติบลบหรือขาดทุนได้
  2. การลงทุนแบบ DCA จะต้องมีความรอบครอบในการเลือกหุ้นหรือกองทุนให้ดี เพราะถ้าหากเราเลือกซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานไม่ดี แล้วเราเข้าซื้อแบบถัวเฉลี่ย ราคาหุ้นก็ปรับตัวลงเรื่อยๆ ทำให้ราคาหุ้นในพอร์ตเราต่ำลงเรื่อยๆ แต่ราคาหุ้นก็ไม่เคยกลับตัวขึ้นมาเพราะผลประกอบการแย่ลงเรื่อยๆ ทำให้ความเสียหายของพอร์ตเพิ่มมากขึ้นจนอาจเหลือศูนย์เลยก็ได้
  
 
 
 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง