Loading...

สินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนแตกต่างกันอย่างไร
สินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนแตกต่างกันอย่างไร
         การที่ธุรกิจจะสามารถดำเนินงานและอยู่รอดได้ในยุคปัจจุบันนั้น  จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ  เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนของกิจการเปรียบเสมือน “น้ำมันหล่อลื่นของเครื่องจักร” ที่จะช่วยให้ธุรกิจดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ติดขัด มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสําหรับการใช้จ่ายในแต่ละวัน และสามารถชําระหนี้ได้เมื่อถึงกําหนด  ผู้บริหารการเงินต้องให้ความสนใจและควบคุมและติดตามการบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง    เนี่องจากการจัดการหรือการบริหารเงินทุนหมุนเวียน  จะมีผลต่อสภาพคล่อง ความเสี่ยงและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ



สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Asset)
         คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายภายในระยะเวลา 1 ปี เช่น เงินสดและเงินฝากธนาคาร ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เป็นต้น ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า สินทรัพย์หมุนเวียนจะมีสินค้าคงเหลือที่เป็นตัวทำให้เกิดกำไรโดยตรง กิจการจะต้องมีการบริหารสินค้าให้มีอัตราการหมุนเวียนให้เร็วที่สุดเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง และหากมีการขายเป็นเงินเชื่อจะเกิดเป็น ลูกหนี้การค้า ก็ต้องเรียกเก็บเงินให้เร็วที่สุดตามกำหนดการจ่ายขำระเพื่อให้หมุนกลับมาเป็นเงินสดนำไปลงทุนต่อเป็นสินค้าเพื่อขาย และต้องสอดคล้องกับหนี้ระยะสั้นที่ก่อไว้ด้วยเพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารสภาพคล่อง

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-Current Asset)
         คือ สินทรัพย์ที่มีลักษณะคงทนถาวร เพื่อไว้ใช้ในการดำเนินงานตามปกติของกิจการ และมีอายุการใช้งานนานกว่า 1 ปี ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ เครื่องจักร เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวสนันสนุนให้กิจการสามารถไปเพื่อก่อให้เกิดรายได้





สำหรับนโยบายของการบริหารสินทรัพท์ทั้ง  2 ส่วน สามารถพิจารณาได้ดังนี้
  1. การลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียน ควรจัดหาเงินทุนจากแหล่งหนี้ระยะสั้น เนื่องจากต้นทุนของหนี้ระยะสั้น คือ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม นั้นจะต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาว มากไปกว่านั้นระยะเวลาการยื่นขอกู้ยืมไม่นาน แต่จะมีข้อเสียของความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ณ ขณะนั้น
  2. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ควจจะจัดหาเงินทุนจากแหล่งเงินกู้ระยะยาว เนื่องจากมีระยะเวลาการจ่ายคืนที่ยาวกว่า ถึงแม้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจะต้องจ่ายสูงกว่า ใช้เวลาในการยื่นขอกู้ยืมเงินนานกว่า แต่จะมีความเสี่ยงในการจ่ายคืนน้อยกว่า เนื่องจากระยะเวลาที่จ่ายชำระคืนที่ยาวนาน

กล่าวโดยสรุป : เรื่องการพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์หมุนเวียนจะต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบหลายอย่างรวมกันขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้บริหาร ว่าต้องการให้เป็นแบบไหน ต้องอาศัยดุลยพินิจในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนว่าจะอยู่ในระดับใดที่เหมาะสมจึงจะทำให้ธุรกิจมีกำไร และสภาพคล่อง ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เนื่องจากแต่ละอย่างนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน
 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง