Loading...

ภาวะ เงินเฟ้อ คืออะไร มีผลดีผลเสียอย่างไรต่อระบบเศรษฐกิจ
ภาวะ เงินเฟ้อ คืออะไร มีผลดีและผลเสียอย่างไรต่อระบบเศรษฐกิจ
        เงินเฟ้อ เป็นเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับ
เงินฝืด โดยภาวะ เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกับระบบเศรษฐกิจทั้งในด้านบวกและด้านลบ

 
ผลกระทบด้านบวกของ "เงินเฟ้อ"
        เงินเฟ้อถือเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ถ้าหากควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเงินเฟ้อจะส่งผลทางบวกต่อระบบเศรษฐกิจดังนี้
  1. เงินเฟ้อเพิ่มความต้องการที่จะลงทุน เงินเฟ้อจะส่งผลกับมูลค่าของเงิน โดยเมื่อเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น อำนาจในการซื้อจะน้อยลง เช่น เมื่อก่อนเราเคยซื้อข้าวราดแกงในราคาเพียงจานละ 10 ถึง 15 บาท แต่ในปัจจุบันข้าวราดแกง 1 จานมีราคาเท่ากับ 30-40 บาท ดังนั้นหากถือเงินสดไว้กับตัวเองจะทำให้มูลค่าของเงินลดลง จึงทำให้ประชาชนหรือภาคเอกชนต้องนำเงินไปลงทุน เพื่อให้เงินเกิดมูลค่าเพิ่ม เท่าทันต่ออัตราเงินเฟ้อ เมื่อมีการลงทุนจะทำให้กระแสเงินสดไหลเข้าระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต
  2. ลดอัตราการว่างงาน เมื่อมีเงินอยู่ในระบบเศรษฐกิจมากจะเพิ่มแรงจูงใจให้ ภาคเอกชนต้องการลงทุนมากขึ้น จึงมีการจ้างงานมากขึ้นเพื่อที่จะผลิตสินค้าและบริการให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด  
  3. เงินเฟ้อมีผลทำให้มูลค่าที่แท้จริงของหนี้สินลดลง เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อจะทำให้มูลค่าหรืออำนาจของเงินลดลง แต่สัญญาการกู้เงินยังคงเดิม ในการกู้เงินที่จะได้รับผลประโยชน์จากอัตราเงินเฟ้อนั้น จะต้องเป็นประเภทอัตราดอกเบี้ยแบบคงดี เพราะสัญญาประเภทนี้จะไม่มีการปรับเพิ่มลด อัตราดอกเบี้ยหลังจากการกู้เงิน


 
ผลกระทบด้านลบของ เงินเฟ้อ
     เงินเฟ้อหากเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป จะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจหากระบบเศรษฐกิจไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ซึ่งผลประทบที่จะเกิดขึ้นมีดังนี้
  1. ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อ จะทำให้ความต้องการในการจ้างงานสูงขึ้น ประชาชนมีความสามารถในการใช้จ่าย จึงมีผลทำให้สินค้าและบริการ ปรับตัวสูงขึ้นตามหลักของ อุปสงค์และอุปทาน ซึ่งประชาชนที่มีรายได้น้อยก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง
  2. เกิดภาวะฟองสบู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ เมื่อความต้องการซื้อที่มากขึ้นจะมีผลทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ราคา บ้าน คอนโด จนทำให้ราคาสูงเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริง หากรายได้ของประชากรเติบโตไม่ทัน กับราคาสินค้า ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ฟองสบู่แตกได้
  3. อำนาจการซื้อของเงินลดต่ำลง เงินเฟ้อมีผลทำให้มูลค่าของเงินลดลง ตามที่ได้กล่าวข้างต้นว่า ในอดีตเราเคยซื่อขายราดแกงในราคาเพียงจานละ 10 ถึง 15 บาท แต่ในปัจจุบันข้าวราดแกง 1 จานมีราคาเท่ากับ 30-40 บาท  ดังนั้นผู้ใดที่เก็บเงินไว้เฉยๆ ไม่นำเงินไปลงทุนให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ก็จะทำให้เงินนั้นมีมูลค่าน้อยลง
  4. ระบบเศรษฐกิจขาดเสถียรภาพ เงินเฟ้อจะทำให้เกิดอุปสงค์เพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคเอกชนต้องผลิตสินค้าและบริการให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดหากไม่สามารถทำให้เพียงพอก็จะเกิด ความขาดแคลนในสินค้าประเภทดังกล่าว และเมื่อต้องการที่จะผลิตสินค้ามากขึ้นจึงจำเป็นต้องจ้างแรงงานเพิ่ม ในบางครั้งอาจขาดแคลนแรงงานจึงจำเป็นต้องจ้างแรงงานที่มีคุณภาพต่ำ ทำให้สินค้าและบริการไม่ได้ประสิทธิภาพ



 
สาเหตุการเกิดภาวะเงินเฟ้อ
      สาเหตุที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อนั้น มักจะเกิดจากการที่อุปสงค์เพิ่มสูงขึ้นเร็วเกินไป แต่อุปทานไม่สามารถปรับตัวขึ้นตามได้ทัน ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้อุปสงค์เพิ่มสูงขึ้นก็มีหลายสาเหตุเช่น การดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่มีผลทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมีมากเกินไป  เป็นต้น
          
แนวทางการควบคุมและแก้ไขอัตราเงินเฟ้อ
     เงินเฟ้อ จะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจก็ต่อเมื่อถูกควบคุมให้อยู่ใน ระดับที่พอดีกับระบบเศรษฐกิจ ซึ่งแนวทางการควบคุมและแก้ไขมีดังนี้
  1. รัฐบาลออกจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจะต้องออกจำหน่ายพันฐบัตรรัฐบาลที่ให้อัตราผลตอบแทนที่ดี เพื่อดึงดูดให้ภาคเอกชนต้องการที่จะซื้อ เพื่อจะได้นำเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ เพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ
  2. ขึ้นอัตราดอกเบี้ย การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีผลทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมเงินสูงขึ้น ทำให้ประชาชนลด กำลังการใช้จ่ายและการลงทุน มีผลทำให้เศรษฐกิจชลอตัว
  3. ลดการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาครัฐจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้นจะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องลดการใช้จ่ายเงิน
  4. เพิ่มอัตราภาษี เพิ่มภาษีจะทำให้ประชาชนมีกำลังการใช้จ่ายน้อยลง เพราะจะต้องเก็บเงินไว้เพื่อจ่ายภาษี
  5. เพิ่มเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพานิชณ์จะมีกฎหมายให้เก็บเงินสดสำหรับไว้ไม่ให้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปลงทุน หรือปล่อยกู้ เพื่อรักษาสภาพคล่องของธนาคาร รัฐบาลสามารถสั่งเพื่มจำนวนเงินสำรอง เพือให้ธนาคารนำเงินออกจากระบบเศรษฐกิจได้