Loading...

ลงทุนในตลาดหุ้น ต้องป้องกันตัวเองจากสิ่งเร้าภาพนอกให้ได้
ลงทุนในตลาดหุ้น ต้องป้องกันตัวเองจากสิ่งเร้าภาพนอกให้ได้
         ในการลงทุนในตลาดหุ้นไม่ได้มีเพียงการอ่านงบการเงิน การอ่านกราฟเทคนิคเท่านั้น แต่จะมีอีกสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจ คือ หลักจิตวิทยาการลงทุน ในตลาดจะมีสิ่งเร้ามากมายที่จะมีผลทำให้นักลงทุนตัดสินใจผิดพลาด เช่น ข่าว หรือ ความผันผวนของราคาทำให้นักลงทุนเกิด ความกลัว ความโลภ เป็นต้น
         นักลงทุนที่อยู่ในตลาดหุ้นมาหลายปีจะสังเกตุเห็นแล้วว่า ในปีหนึ่งนั้นจะมีข่าวเหตุการณ์ร้ายต่างเกิดขึ้นมากมาย เช่น ข่าวสงคราม ข่าวการเมือง ซึ่งแต่ล่ะข่าวก็จะมีผลต่อของราคาหุ้นบ้างในระยะสั้นแต่ราคาหุ้นก็มักจะกลับมาที่จุดพื้นฐานของหุ้นเสมอ นักลงทุนที่ถูกสิ่งเร้าต่างๆเหล่านี้โจมตี ก็อาจจะยอมขายขาดทุน หรือ ขายก่อนที่จะได้รับผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล
 


ขั้นตอนการป้องกันตัวเองจากสิ่งเร้า
         ก่อนอื่นผู้ลงทุนต้องกำหนดเป้าหมายของตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อน มันจะเป็นเรื่องง่ายมากถ้าหากผู้ลงทุน ทำการลงทุนโดยมีแบบแผนการที่แน่นอนและตายตัวไว้ยึดหลักปฏิบัติ เช่น วางแผนการลงทุนโดยกำหนดจุดขาดทุนไว้ไม่เกิด 3% ต่อครั้งที่เทรดและกำหนดจุดขายทำกำไรไว้ที่ 15 % และคุณปฏิบัติตามไม่ว่าจะมีข่าวดีหรือข่าวร้ายให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ หลายคนอ่านจบก็คงคิดว่าทำไมมันจะง่ายขนาดนี้ แท้ที่จริงแล้วการวางแผนไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่การปฏิบัตินั้นยากที่สุด
 
ข้อควรการปฏิบัติ
1. แผนที่คิดในการเทรดต้องไม่เกิดขึ้นในเวลาที่ตลาดเปิด เพราะว่าในเวลาที่ตลาดเปิดถือเป็นช่วงเวลาที่มีการควบคุมจิตใจให้อยู่บนหลักเหตุและผลได้ยาก จะมีความโลภ และความกลัวเข้ามาร่วมได้เสมอ บางคนนั่งมองกระดานหุ้นเฝ้าดู volume การซื้อขายอย่างใกล้ชิดยิ่งเห็น volume ขายมากๆ ก็จะเกิดความกลัวและกังวล จึงทำให้เผลอขายตามคนอื่นไปด้วย
 
2. ถึงจุดที่ต้องยอมขายขาดทุนต้องยอมขาย บางคนตั้งจุดยอมขาดทุนไว้ที่ 3 % แต่เมื่อถึงจุดขาดทุนกลับไม่ยอมขายเพราะรู้สึกเสียดาย และคิดเข้าข้างตัวเองคิดว่าวันต่อไปหุ้นจะขึ้นกลับขึ้นมา พฤติกรรมแบบนี้อาจจะมีบางครั้งที่หุ้นกลับมาและได้ทุนคืนบ้าง แต่ถ้ามันไม่กลับมาความเสียหายจะเยอะกว่ามาก
 
3. ถึงจุดขายทำกำไรก็ต้องขายทำกำไร หลายคนเห็นหุ้นในพอร์ตเขียวก็ดีใจ พอถึงจุดขายทำกำไรที่ตั้งไว้ก็ไม่กล้าที่จะขาย มีความโลภเข้ามาทำให้ราคาตกลงทุนมาจนขาดทุนก็มีมาก ดังนั้นถึงจุดขายก็ต้องขายเพราะการเทรดในแต่ล่ะครั้งความเสี่ยงและผลตอบแทนจะต้องแปลผันตรงกัน
 
 
         ท้ายที่สุดนี้สิ่งเร้าต่างๆมากมายที่นักลงทุนต้องเจอจะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ถ้าหากผู้ลงทุนปฏิบัติตามแผนที่ว่างไว้อย่างเคร่งครัด วินัยเป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนแบบ VI หรือ นักลงทุนแบบเก็งกำไร