Loading...

นักเก็งกำไร VS นักพนัน ความเหมือนที่แตกต่างของคนทั้งสองประเภท
นักเก็งกำไร VS นักพนัน ความเหมือนที่แตกต่างของคนทั้งสองประเภทในตลาดหุ้น
          ในการลงทุนในตลาดหุ้นจะมีนักลงทุนอยู่ 2 ประเภทหลัก คือ แนวเน้นคุณค่า และ แนวเก็งกำไร ในนักลงทุนที่ลงทุนแบบเน้นคุณค่าหรือ VI จะแยกออกชัดเจนเพราะนักลุงทุนประเภทนี้จะมีลักษณะการลงทุนที่ชัดเจน แต่ในนักลงทุนแบบเก็งกำไรจะมีความใกล้เคียงกับนักพนัน โดยที่นักลงทุนบางคนที่เรียกว่าตัวเองเป็น "นักเก็งกำไร" แต่พฤติกรรมเป็นนักพนันโดยไม่รู้ตัว ในนักพนันกับนักเก็งกำไรจะมีเพียงเส้นบางๆ ที่ทำให้ต่างกันนั้นก็คือ “ความเสี่ยง” นักเก็งกำไรจะรู้จักกับความเสี่ยงเป็นอย่างดี การลงทุนจะอยู่บนพื้นฐานที่กำหนดขึ้นด้วยความเสี่ยง แต่นักลงทุนที่เป็นนักพนันจะไม่รู้จักคำว่า “ความเสี่ยง” หากคุณเป็นนักเก็งกำไรที่ไม่รู้จักความเสี่ยง คุณก็คือ “นักพนันนั่นเอง” โดยความเสี่ยงจะมีความสัมพันธ์กับแบบแปรผันตรงกับผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน
 


ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน

 
         ความเสี่ยงสูง    -->    ผลตอบแทนสูง
         ความเสี่ยงต่ำ    -->    ผลตอบแทนต่ำ
 
การบริหารความเสี่ยงของ “นักเก็งกำไร”
         นักเก็งกำไรจะถามตัวเองเสมอ ก่อนที่จะเทรดหุ้นว่า หากทำการซื้อหุ้นแล้ว จะขายทำกำไรที่จุดไหนและตัดขาดทุนที่สุดไหนเมื่อราคาไม่เป็นไปตามคาด เช่น หากจุดขายขาดทุน(cut loss) ความเสี่ยงอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุน และจุดขายกำไรก็อยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ ของเงินลงทุนนักเก็งกำไรจะเลือกไม่ลงทุนในโอกาสนี้ จะรอโอกาสใหม่ โดยที่ผลกำไรจะต้องสูงกว่าความเสี่ยงมากกว่า 2 เท่าขึ้นไป นักเก็งกำไรจึงจะเลือกลงทุน เพราะว่าหากไม่ทำแบบนี้ผู้ลงทุนจะต้องตัดสินใจให้ถูกมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ พอร์ตการลงทุนจึงจะเติบโต แต่ถ้าเลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าความเสี่ยง 2 เท่าขึ้นไป การตัดสินใจลงทุนแม่นยำเพียง 30 เปอร์เซ็นต์พอร์ตการลงทุนก็ยังเติบโตได้ เป็นต้น
 
การบริหารความเสี่ยงของ “นักพนัน”
         จริงแล้วไม่อยากใช้คำว่าบริหาร “ความเสี่ยง” เพราะนักพนันจะไม่บริหารความเสี่ยง แต่จะใช้ความเสี่ยงเพื่อให้เกิดความตื่นเต้นและท้าทายเท่านั้น เพราะการบริหารความเสี่ยงจะต้องทำควบคู่ไปกับผลตอบแทน นักพนันเมื่อขาดทุน ก็จะลงทุนในอัตราที่สูงขึ้นเพียงเพราะคิดว่าจะได้ทุนคืน หรือตอนกำไรก็จะลงทุนเพิ่มเพราะคิดว่าจะรวยได้มากกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็เจ็บตัวมากขึ้นกว่าเดิม
 
หากคุณเป็นนักลงทุนแนวเก็งกำไร
        โดยส่วนใหญ่แล้วนักเก็งกำไร จะใช้การวิเคราะห์กราฟหุ้นเพื่อหา จุดซื้อ จุดขาย จะทำให้สามารถรับรู้ความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนได้ ทำให้สามารถบริหารจัดการพอร์ตได้ดี แต่ถึงอย่างไรก็มีนักเก็งกำไรจำนวนมากที่ไม่ใส่ใจความเสี่ยง ก่อนการเทรดผู้ลงทุนควรถามตัวเองเสมอว่าผลตอบแทนที่จะได้คุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่
 
วิเคราะห์กราฟหุ้นเป็นเพียงส่วนเล็กสู่ความสำเร็จ
        หลายคนเห็นหัวข้อแล้วคงเกิดความสงสัย ว่าทำไมการวิเคราะห์กราฟจึงมีความสำคัญน้อย ผมอยากให้ผู้อ่านนึกตามนะครับ ในทฤษฎีวิเคราะห์กราฟหุ้นที่ใช้กันอยู่บนโลกใบนี้มีอยู่มากมาย เช่น เทรนไลน์ , Ema , macd,rsi,แท่งเทียน และอื่นๆ และยังไม่นับรวม time frame ที่แตกต่างกันออกไป บางทฤษฎีให้สัญญาณซื้อ บางทฤษฎีให้สัญญาณขาย ในเวลาเดียวกัน จะเห็นได้ว่าโอกาสที่เราจะวิเคราะห์ผิดนั้นมีอยู่สูง การบริหารความเสี่ยงจึงมีประโยชน์และสำคัญอย่างมากที่จะเข้ามาเติมเต็มทำให้พอร์ตของเราเติบโตได้ นั่นเอง
 
 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง