Loading...

เป้าหมายสูงสุงคือการมี อิสรภาพทางการเงิน
เป้าหมายสูงสุงคือการมี อิสรภาพทางการเงิน
         เป้าหมายสูงสุดในชีวิตที่ใครๆ ก็ต้องการคือ การมีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งอิสรภาพทางการเงิน ก็คือ การที่เรามีหลักประกันทางการเงินที่มั่นคงเพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายตามสมควรแก่อัตภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาใครมากจนเกินไปและไม่ต้องหวาดผวากับปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ว่าจะมีไม่พอกับการจับจ่ายใช้สอยเพื่อดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพในอนาคต
         โดยก่อนอื่น การจะมองหาการมีอิสรภาพทางการเงินนั้น เราควรจะต้องตรวจสอบตนเองก่อนว่า ขณะนี้เราอยู่รอดได้หรือไม่ ในชีวิตประจำวันยุค 4.0 นี้ ซึ่งสามารถเช็คดูง่ายๆ ได้จากสูตรอัตราส่วนความอยู่รอด ด้านล่างนี้



อัตราส่วนความอยู่รอด (Survival Ratio)

           
         หากลองคำนวณรายได้และรายจ่ายของเราอย่างคราวๆ เช่น ที่มาของ รายได้จากการเป็นพนักงานประจำได้รับเงินเดือนทุกๆเดือน และรายได้จากทรัพย์สิน เช่น ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ และได้รับเงินปันผล ได้รับค่าเช่าบ้านหรือคอนโดให้เช่า เป็นต้น

         ตัวอย่าง นางสาวมะลิ เป็นพนักงานประจำของบริษัท มีรายได้จากการทำงานหลังหักภาษีต่อปี เท่ากับ 500,000 บาท มีรายได้จากทรัพย์สิน ได้แก่ เงินปันผลจากกองทุนรวมปีละประมาณ 10,000 บาท และมีรายได้ค่าเช่าคอนโดอีกปีละประมาณ 100,000 บาท นางสาวมะลิมีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพและอื่นๆ เท่ากับ 350,000 บาทต่อปี ดังนั้น
อัตราส่วนความอยู่รอดของนางสาวมะลิ 

 
                                                                                                                   
         โดยถ้าหากว่า อัตราส่วนความอยู่รอดมากกว่า 1 เท่า ก็สามารถเข้าใจได้ว่า รายได้มากกว่ารายจ่าย เราสามารถดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้ แต่ถ้าหากว่าอัตราส่วนต่ำกว่า 1 ก็แสดงว่า เราอาจจะมีเงินในการการดำชีวิตที่ค่อนข้างฝืดเคืองหรืออาจจะเข้าขั้นวิกฤตหากมีความจำเป็นในการใช้เงินก้อนฉุกเฉิน ดังนั้น เราอาจจะแย่แน่ๆ เพราะคนเราจะอยู่รอดได้อย่างไร ถ้าหากรายได้เราน้อยกว่ารายจ่าย ดังนั้น ยิ่งอัตราส่วนรายได้ต่อรายจ่ายนี้ยิ่งมากค่ามากกว่า 1 เท่าไปมากเท่าใด เราก็จะปลอดภัยในการอยู่รอดเท่านั้น จากตัวอย่างตรงนี้จะสรุปได้ว่า นางสาวมะลิ มีความเป็นไทในขั้นต้น หรือสามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง





เมื่อรอดแล้ว แล้วเมื่อไหร่ละเราจะรวย?
         เมื่อเราทราบแล้วว่า เรามีความสามารถเพียงพอที่จะดำเนินชีวิตอยู่รอดได้ในชีวิตประจำวันแล้วนั้น หลายคนคงอยากที่จะทราบว่า เราจะรวยหรือมีความมั่งคั่งจนกระทั่งมีอิสรภาพทางการเงินเมื่อไร ซึ่งหากจะวัดผลโดยการใช้สูครคำนวณนั้น เราสามารถใช้สูตรการคำนวณ จากอัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio) ดังนี้
อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio)



 
ถ้า   อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio) > 1   แสดงว่า มีอิสรภาพทางการเงิน
         จากสูตรข้างต้น เราอยากจะชี้ให้เห็นว่า แม้คุณจะไม่ทำงาน หากคุณมีรายได้จากทรัพย์สินมากเพียงพอที่จะใช้จ่ายและใช้ชีวิตได้อย่างสบาย คุณก็จะสสามารถเป็นบุคคลหนึ่งที่ มีอิสรภาพทางการเงิน ที่ทุกคนอยากได้
         ต่อไปจะเป็น หลักการพื้นฐานสำคัญของการวางแผนการเงินส่วนบุคคลที่จะต้องมีนำเอาการบริหารจัดการและวิธีการสร้างความมั่งคั่งได้ โดยการใช้เทคนิคดังต่อไปนี้

         การรู้จักหา โดยเราจะต้องใช้ความสามารถที่ตนเองมีอยู่ หรือความชื่นชอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในการหารายได้ เพราะการมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากหลายหลากทาง จะส่งผลให้เรามีความสามารถในการออมมีมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีในการสร้างความมั่งคั่ง และพยายามที่จะหาช่องทางของการเลือกนำเงินทุนไปลงทุน เช่น การเป็นผู้เจ้าของกิจการก็จะสามารถสร้างโอกาสผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อีกด้วย
          การรู้จักเก็บ เมื่อเรามีรายได้จะต้องมีการรู้จักการแบ่งรายได้ที่ได้รับมาเพื่อออมทันที จะเป็นการสร้างวินัยทางการเงิน โดยเงินออมควรแบ่งออกเป็นส่วนๆ  โดยทั่วไปควรออมเงินประมาณ 1 ใน 4 ของรายไ​ด้แต่ละเดือน ซึ่งตามวัตถุประสงค์ของการออมจะมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีการออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อการออมหลากหลายรูปแบบ เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ฝากประจำ และผลิตภัณฑ์คล้ายเงินฝาก เป็นต้น ซึ่งเราสามารถที่จะค้นหาข้อมูลมาช่วยประกอบการตัดสินใจด้วยตนเองได้ง่ายมากขึ้นจากความสะดวกของเทคโนโลยีในปัจจุบัน
          การรู้จักใช้ ซึ่งในข้อนี้จะเป็นเทคนิคที่สำคัญยิ่งมากให้การที่จะเพิ่มความเป็นไปได้ ที่จะสร้างให้เราเกิดอิสรภาพทางการเงิน เพราะการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือยเป็นหลักคิดที่สำคัญอย่างมาก เพื่อให้มีรายได้คงเหลือเป็นเงินออม เพียงพอที่จะใช้ขยายดอกออกผล ต่อยอดสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
          การรู้ขยายดอกออกผล เป็นเทคนิคแนวคิดของการออมดีกว่าไม่ออม และออมก่อนรวยกว่า แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่งคั่งได้ เพราะเราจะต้องเรียนรู้ว่าเงินออมของเรามีทางเลือกอะไรบ้างที่จะนำไปขยายผลให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ ไม่ใช่เพียงแต่ฝากธนาคารเพียงอย่างเดียว ซึ่งในปัจจุบัน เรานั้นมีทางเลือกมากมายและหลายหลากมากยิ่งขึ้น ที่จะสามารถเลือกช่องทางในการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง
          อย่างไรก็ตาม อิสรภาพทางการเงินของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ดังนั้น ทุกคนควรที่จะรู้จักการวางแผนทางการเงินของตนเองในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกิจกรรมทางการเงินของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนเงินออมเพื่อวัยเกษียณ การวางแผนประกันภัย การวางแผนภาษี การวางแผนการลงทุน เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการเงินในอนาคตในรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละคน